มูลเหตุแห่งโรคภัยไข้เจ็บ

 

        โรคภายไข้เจ็บของคนเราเกิดขึ้นได้ด้วยมูลเหตุหลายประการ ซึ่งแพทย์จีนได้อธิบายมูลเหตุไว้ดังนี้
        1. มูลเหตุจากภายนอก
        2. มูลเหตุจากภายใน

        ๐ มูลเหตุจากภายนอกมี 6 อย่าง คือ
        1. มูลเหตุจากลม
        2. มูลเหตุจากความเย็น
        3. มูลเหตุจากความร้อน
        4. มูลเหตุจากความชื้น
        5. มูลเหตุจากความแห้ง
        6 มูลเหตุจากไฟ

        จากมูลเหตุทั้ง 6 นี้ ล้วนแล้วแต่เป็นมูลเหตุที่เกิดขึ้นจากอิทธิพล ภายนอกทั้งสิ้น ที่เข้ามากระทบกับร่างกายของคนเรา มูลเหตุทั้ง 6 นี้ เกิดจาก ธรรมชาติที่ได้หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เช่น
        - ฤดูใบไม้ผลิ (ชุงเทียง) อากาสอบอุ่น
        - ฤดูร้อน (แหเทียง) อากาศร้อน และร้อนชื้น
        - ฤดูใบไม้ร่วง (ชิวเทียง) อากาศเย็น
        - ฤดูหนาว ตังเทียน อากาศหนาว
        จากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติไปตามฤดูกาลนี้ ย่อมเป็น มูลเหตุที่ทำให้ร่างกายของคนเราปรับตัวไม่ทัน จึงทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้น

        1. มูลเหตุเกิดจากลม คือ ลมได้พัดเอาอากาศที่เปลี่ยนแปรงไป ตามฤดูกาลตามธรรมชาติมากระทบกับคนเรา เช่น ฤดูใบไม้ผลิ ลมได้พัดเอา ความอบอุ่นมาสู่คน ฤดูร้อน ลมได้พัดเอาความร้อนมาสู่คน ฤดูใบไม้ร่วง ลม ได้พัดเอาความเย็นมาสู่คน ฤดูหนาว ลมได้พัดเอาความหนาวมาสู่คน เป็น ปรากฏการทางธรรมชาติที่ต้องหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลมจึงเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเราเกิดการเจ็บป่วยขึ้น แพทย์จีน จึงเชื่อว่า ลมคือปัจจัยสำคัญของโรค และเป็นตัวนำแห่งโรคทั้งปวง

        2. มูลเหตุเกิดจากความเย็น คือ ความกดอากาศต่ำ เช่น ในฤดู หนาว ทำให้ความเย็นมากระทบกับอุณหภูมิภายในร่างกายของคน มักทำ ให้เกิดอาการ ตัวร้อน ไม่มีเหงื่อ ปวดศีรษะ ปวดตามตัว หากอาการของโรค เข้าสู่อวัยวะภายในของคน เช่น กระเพาะอาหาร หรือม้าม ก็จะทำให้เกิด อาการท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นต้น
        ในกรณีคนที่มีร่างกายอ่อนเพลียไม่สมบูรณ์ อาเจียนน้ำ มือเท้า เย็นซีด หน้าซีด แววตาหม่นหมอง เรียกว่า มูลเหตุเกิดจากส่วนกลางภายใน ร่างกายเย็น ถ้าคนที่มีอาการ ปัสสาวะมากและขาว ท้องเสีย มือเท้าเย็น อ่อน เพลีย สมรรถภาพทางเพศเสื่อม หรือเคลื่อนไว อาการดังกล่าวมานี้ล้วนมีมูล เหตุที่เกิดจากอวัยวะภายในเย็นเกินไปทั้งสิ้น

        3. มูลเหตุเกิดจากความร้อน คือ อากาศร้อนในฤดูร้อนที่ได้มา กระทบกับอุณหภูมิในร่างกายของคน ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน หรือรับ ความร้อนมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว ก็จะทำให้เกิดอาการโรคภัยไข้ เจ็บได้หลายอย่าง เช่น ปวดศีรษะ เป็นไข้ตัวร้อน ใจสั่น เหงื่อออกมาก หรือ ชีพจรเต้นแรง แต่ร่างกายอ่อนแอ เป็นต้น บางครั้งมูลเหตุที่จากความร้อน อาจเกิดกระทบกับอุณหภูมิอากาศที่เย็น ทำให้เกิดอาการ ปวดศีรษะ ตัว ร้อน ไม่มีเหงื่อ กลัวหนาว กลัวลม ปวดกล้ามเนื้อตามตัว หากเข้าถึงลำไส้ จะเกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง แพทย์จีนเรียกว่า ไข้ร้อนเกิดจากอิม หรือ ไข้ของอิม นอกจากนี้ ถ้าหากความร้อนที่รวมกับความชื้นเข้าไปถึงลำไส้ ทำ ให้เกิดอาการ ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นไข้ตัวร้อน ปากคอแห้ง เรียกว่า โรคบิด

        4. มูลเหตุเกิดจากความชื้น คือ ความชื้นในปลายฤดูร้อน เป็น อากาศที่มีน้ำปนอยู่ด้วย มักจะมีฝนตก อากาศในฤดูนี้เมื่อมีฝนตกลงมาก็ เย็น เมื่อฝนไม่ตกอากาศก็จะร้อน จึงทำให้คนเราเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย มักเกิดกับผู้ที่ชอบดื่มสุรา น้ำชา หรือกาแฟ ทำให้มีผลกระทบต่อม้าม เรียก ว่า ไข้จากความชื้นที่เกิดจากอวัยวะภายใน อาการโรคภัยไข้เจ็บที่มีความชื้น เกิดจากอากาศภายนอกเข้าทางผิวหนัง ทำให้มีอาการร้อนๆหนาวๆระคนกัน อ่อนเพลีย ปวดตามข้อตามตัว เหงื่อออกเอง บวมตามตัว เรียกว่า อาการเกิด จากภายนอก ส่วนอากาศชื้นที่มากระทบกับร่างกายแล้วทำให้เกิดอาการ แน่นหน้าอก อาเจียน อุจจาระเหนียว แน่นท้องน้อย ดีซ่าน ซึ่งเป็นอาการของ ม้าม กระเพาะอาหาร และลำไส้ เรียกว่า อาการเกิดจากภายใน เป็นต้น
        อาการที่เกิดจากความชื้นนี้ เมื่อรวมกับความเย็นก็เรียกว่า ชื้น เย็น เมื่อรวมกับความร้อน ก็เรียกว่า ชื้นร้อน และเมื่อรวมกับลมก็เรียกว่า ชื้นลม เป็นต้น

        5. มูลเหตุเกิดจากความแห้ง คือ ความแห้งในฤดูใบไม้ร่วง มัก จะทำให้คนเรานี้มีอาการ คอแห้ง ไอ และเจ็บคอ เป็นต้น เรียกว่า ไข้แห้ง โรคภัยไข้เจ็บในฤดูนี้ ได้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ แห้งจากความเย็น และ แห้งจากความอบอุ่น ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ กลัวหนาว ไอ ไม่มีเหงื่อ คัดจมูก อาการเหล่านี้เรียกว่า แห้งชนิดเย็น แต่ถ้าหากมีอาการ ตัวร้อน มี เหงื่อ คอแห้ง เจ็บคอ ไอไม่ออก โพรงจมูกแห้ง เสลดข้นเหนียว ปวดสีข้าง อาการเหล่านี้เรียกว่า ไข้แห้งชนิดอุ่น จะสังเกตได้ว่า ไม่ว่าจะเกิดจากความ เย็น หรือความอุ่น ก็จะมีอาการ ริมฝีปากแห้ง ผิวหนังแตก ท้องผูก นั่นก็คือ อาการที่เกิดจากการขาดน้ำนั่นเอง

        6. ไฟ คือความร้อนที่เกิดเป็นไฟ ซึ่งเกิดขึ้นได้ในทุกฤดูกาล นั่น ก็คือ ความร้อนจัด ไม่ว่าในฤดูใดก็ย่อมเกิดความร้อนจัดได้ทั้งนั้น เช่น อาการ ที่เกิดจากไข้ลมที่เกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ ภายในร่างกายมีความร้อนสูง ทำให้ เกิดอาการ ชัก มือเท้างอ เหงื่อออก ใบหน้าแดง เป็นต้น เช่นเดียวกันหากมี อาการ ริมฝีปากแห้ง ลิ้นแห้ง เพ้อ เป็นอาการที่เกิดจากไข้ชื้นในฤดูร้อนทำให้ ร่างกายมีความร้อนสูงจัด เป็นต้น ฉะนั้น ไข้ที่มีความร้อนสูงจึงมีอยู่ทุกฤดูกาล
        นอกจากนี้ยังมีความร้อนอันเกิดจากตับ ไต หัวใจ กระเพาะอาหาร แต่เป็นความร้อนที่ไม่ได้มีมูลเหตุเกิดจากภายนอก

        ๐ มูลเหตุจากภายในร่างกาย มูลเหตุของโรคที่เกิดจากภายในร่างกายมี 7 อย่าง ดังนี้คือ
        1. ความดีใจ
        2. ความโกรธ
        3. ความทุกข์ หรือความกังวล
        4. การคิดมาก
        5. ความเศร้าโศก
        6. ความกลัว
        7. ความตกใจ
        มูลเหตุทั้ง 7 อย่างนี้ เป็นอาการที่เกิดจากประสาทภายในร่างกาย คนเราเมื่อมีอาการทั้ง 7 อย่างนี้ ไม่ว่ามีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดมารบกวนอยู่ เป็นประจำ ก็อาจจะทำให้เจ็บป่วยได้
        1. ความดีใจ อาการที่เกิดความดีใจ ตามความจริงแล้วน่าจะเป็น ปฏิกิริยาที่ดีมีความสุข ไม่น่าที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ แต่หากการดีใจจนเกิน ควรอาจมีผลกระทบกระเทือนต่อประสาทหัวใจ ทำให้ประสาทหัวใจเกิดการ ฟุ้งซ่านจนกลายเป็นโรคภัยไข้เจ็บได้
        2. ความโกรธ อาการโกรธที่เกิดจนเกินไปอาจทำให้โลหิตพุ่งแรง ขึ้น และอาจไปกระทบกระเทือนต่อตับจนทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้
        3. ความทุกข์ หรือความกังวล ผู้ที่มีความทุกข์ หรือความกังวล มากจนเกินไป ทำให้พลังในร่างกายเดินไม่สะดวก ทำให้ปอดพิการ เพราะ ปอดมีความสำคัญต่อพลังทั้งร่างกาย เมื่อปอดพิการก็จะทำให้ม้านพิการ ไปด้วย ทำให้รับประทานอาหารไม่ได้ และทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นได้
        4. การคิดมาก การคิดมากจนเกินขอบเขต คิดมากจนไม่มีเวลาที่ จะหยุดคิด ทำให้ประสาทความคิดรวมอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้การคิดมาก นั้นไปกระทบกระเทือนต่อม้าม และระบบการย่อย ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้
        5. ความเศร้าโศก การเศร้าโศกเสียใจมากจนเกินไป อาจทำให้ กระทบต่อประสาทของหัวใจ และพลังของปอด ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ อาจทำให้หัวใจ และปอดพิการได้
        6. ความกลัว ผู้ที่มีความกลัวอย่างฝังใจอยู่ตลอดเวลา จะให้ กระทบต่อไต อาจทำให้ไตพิการได้ และมีความกลัวอีกชนิดหนึ่งที่เกิดจาก ความพิการของไตเอง
        7. ความตกใจ ผู้ที่เกิดมีอาการตกใจสุดขีดบ่อยครั้ง อาจกระทบ ต่อระบบของหัวใจได้ ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้

        ๐ อาการของโรคที่มิใช่เกิดจากมูลเหตุภายใน และภายนอก มูลเหตุที่มิใช่เกิดจากทั้งภายในและภายนอกดังที่ได้กล่าวไว้ แล้วข้างต้น มีดังนี้
        1. เกิดจากรับประทานอาหาร เช่น การรับประทานอาหารไม่ สม่ำเสมอ บางครั้งมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ทำให้ระบบย่อยของกระ เพาะอาหาร และลำไส้พิการได้
        การรับประทานอาหารน้อยจนเกินไป ทำให้ไม่พอต่อความ ต้องการของร่างกาย และอาจทำให้ขาดสารอาหารได้ ทำให้ร่างกายไม่ สมบูรณ์ แต่ถ้ารับประทานอาหารมากจนเกินควร หรืออาหารที่มีโทษต่อ ร่างกาย ก็จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ เช่น เรอเปรี้ยว ท้องอืด อาเจียน แน่นหน้าอก เบื่ออาหาร และทำให้ระบบขับถ่ายไม่ปกติ เป็นต้น การรับ ประทานอาหารไม่เป็นเวลา ก็อาจจะทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารได้
        2. การตรากตรำงานหนัก หรือออกกำลังมากเกินไป การทำ งาน หรือออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย แต่การตรากตรำทำ งาน หรือการออกกำลังกายมาเกินควร ก็จะกระทบต่อพลังของม้ามได้ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ มือเท้าไม่มีแรง ไม่ยากพูดจากับใคร เป็นไข้ เหงื่อ ออก หัวใจสั่น เป็นต้น
        3. การมีเพศสัมพันธ์มากจนเกินไป แพทย์จีนเชื่อว่า จะมีผล กระทบต่อพลังของไต เมื่อไตพร่อง ก็จะทำให้เกิดอาการ เสื่อมสมรรถนะ ทางเพศ ปวดเมื่อยเอว และขา สตรีประจำเดือนไม่ปกติ มุตกิด ร้อนไม่ มีเหงื่อ หัวใจสั่น เป็นต้น
        4. การถูกทำร้าย หรือเกิดจากอุบัติเหตุ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ เกิดการบาดเจ็บ และโรคภัยไข้เจ็บตามมา เช่น อาการบาดเจ็บจากบาด แผลที่เกิดจากการถูกทำร้าย หรืออุบัติเหตุ อาจลุกลามไปถึงการติดเชื้อ ในรายที่รุนแรงอาจถึงแก่ชีวิตได้


                                 
อาจารย์ เกรียงไกร เถลิงพล ( ลี )