การดูลักษณะ และ สีของลิ้น

 

        การวินิจฉัยโรคด้วยการดูสี และลักษณะเมือกที่อยู่บนลิ้น เป็น หลักการวินิจฉัยของแพทย์แผนโบราณจีนที่สืบกันมานับพันปีแล้ว โดยเชื่อ ว่า โรคทุกชนิด จะหนัก เบา ร้อน เย็น กำเริบ หรือหย่อน ล้วนจะต้องปรากฏ ที่ลิ้น เพราะอวัยวะภายในร่างกายของคนเราล้วนเกี่ยวกับเส้นเก็งลกทั้ง 12 เส้น และเส้นเก็งลกทั้ง 12 เส้นนี้จะต้องผ่านโคนลิ้นทั้งสิ้น อาการจึงปรากฏ ให้เห็นที่ลิ้น โดยเฉพาะลิ้นเป็นอวัยวะที่สัมพันธ์กับกระเพาะอาหาร ทั้งเป็นที่ ปรากฏอาการย่อยของกระเพาะอาหาร และเป็นช่องประตูของการหายใจเข้า ออก การดูสี และลักษณะเมือกที่ปรากฏอยู่บนลิ้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
        การวินิจฉัยสีลิ้น และลักษณะของเมือกบนลิ้น แพทย์จีนได้แบ่ง ตำแหน่งเมือกที่เกิดขึ้นบนลิ้น และจัดตำแหน่งนั้นๆให้เข้ากับอวัยวะภายใน ร่างกาย ดังนี้
        1. ปลายลิ้น คือ หัวใจ
        2. กลางลิ้น คือ กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ และลำไส้เล็ก
        3. ขอบลิ้นด้านขวา คือ ม้าม และ ปอด
        4. รอบวงลิ้น คือ สามส่วน
       

ตำแหน่งต่างๆบนลิ้นดังกล่าวมานี้ มีความสำคัญแก่การวินิจฉัย โรค และยังเป็นหลักการวินิจฉัยที่ได้ผลมาโดยตลอดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยปกติ ลิ้นของคนเราจะมีสีชมพูอ่อนๆ และมีเมือกขาวบางๆ แต่ในคนที่มี อาการป่วยไข้ จะมีสี และเมือกที่แตกต่างออกไป เช่น
        - ผู้ป่วยที่มีความร้อนในหัวใจ ปลายลิ้นจะแดง และแตก
        - ผู้ป่วยที่ลำไส้ และกระเพาะมีอาหารตกค้างที่บูดและเน่าเสีย กลางลิ้นจะมีเมือกหนา
        - ผู้ป่วยที่มีอาการของม้าม และกระเพาะอาหารพลังหย่อน ที่กลางลิ้นจะมีเมือกขาว และลื่น
        - ผู้ป่วยที่มีความร้อน และความชื้นในตับ และถุงน้ำดี ขอบลิ้น จะมีเมือกเหลือง
        - ผู้ป่วยที่มีความร้อนในสามส่วน ตัวร้อน ลิ้นจะมีเมือกขาว แต่ ขอบลิ้นจะแดง

        ๐ การวินิจฉัยจากสี และลักษณะเมือกของลิ้น มีดังนี้
        1. ลิ้นมีสีชมพูอ่อนๆ และเปียก คือ คนปกติที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
        2. ลิ้นมีสีแดงจัด และมีแวว ที่ขอบลิ้น และปลายลิ้นมีเมือกขาว ยุ่ยๆ แสดงว่า ผู้ป่วยนั้นมีความร้อนอันเกิดจากกระเพาะอาหาร อาการเช่นนี้ มักเกิดกับผู้ที่เป็นไข้มานาน ความร้อนหลบเข้าภายในกระเพาะอาหาร คือ ความร้อนในเย็น (อิม)
        3. ลิ้นมีสีแดงเข้ม และมีเมือกขาวเหมือนแป้ง แสดงว่า ความร้อน อยู่ในระดับปานกลาง แต่อาการหายยาก ซึ่งมีทั้งความร้อน ความเย็น และ คอแห้งกระหายน้ำ การรักษาห้ามใช้ยากระทุ้งไข้
        4. ลิ้นที่มีเมือกสีขาวหนาที่ขอบ กลางลิ้นมีสีเทา และมัน คอแห้ง แสดงว่า ผู้ป่วยมีเสลดในปอดมาก กระเพาะอาหารกำเริบ คือ ในกระเพาะ อาหารมีเมือกมาก (คูถเสมหะ)
        5. ลิ้นมีสีแดงเข้ม มีเมือกสีเหลืองหนา ดูหยาบแห้ง แสดงว่า ความร้อนในกระเพาะอาหารกำเริบ ท้องผูกไม่ถ่าย
        6. ลิ้นมีสีแดงอ่อนๆ มีเมือกขาวบางๆ แสดงว่า ผู้ที่เริ่มเป็นไข้หวัด
       


        7. ลิ้นมีสีแดงช้ำ เต็มไปด้วยเมือกสีเหลือง มีเงาเลอะเทอะ แสดง ว่า ความร้อนเข้าอวัยวะภายใน ถ้าลิ้นมีความชื้น คือ ไข้ลดแล้ว ถ้าหากลิ้น แห้งผาก คือ กำลังกำเริบ
        8. ลิ้นมีสีแดงมาก จนเห็นเมือกเป็นสีแดงด้วย แสดงว่า ความร้อน เกิดจากกระเพาะอาหาร หรือเรียกอีกนัยหนึ่ง คือ อิมขาดพลัง เอี๊ยงเกิน อาการ เช่นนี้ เรียกว่า โรคเรื้อรัง หรืออาจเกิดจากการถ่ายท้องจนพลังอิมหย่อน
        9. ลิ้นมีสีซีด มีสีเป็นสีส้มอ่อนๆ และมีเมือกเหลืองบางๆ โดยมาก มักเกิดจากถุงน้ำดี ดีซ่าน หรือมีความร้อนในถุงน้ำดี ซึ่งอาจทำให้น้ำดีล้น
        10. ลิ้นมีสีส้มแก่ หรือแดงเข้ม มีเมือกขาวเต็มลิ้น แต่กลางลิ้นมี เมือกสีเหลือง ส่วนที่โคนลิ้นมีเมือกสีเหลืองเป็นมัน แสดงว่า ความร้อนภาย ในเริ่มร้อนจัด ระดับความร้อนจะร้อนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเมือกสีเหลือง จะมีความหนาบาง และกว้างเพียงใด
        11. ลิ้นมีสีแดงคล้ำ ขอบปลายลิ้นเป็นมัน และเมือกบนลิ้นมี สีเทาปนเหลืองหนา และมันเป็นเงาเห็นได้ชัด แสดงว่า ผู้ป่วยมีเสลดเสมหะ ติดแน่นอยู่ที่หน้าอก ขับไม่ออก
        12. ลิ้นมีสีแดงซีด ไม่มันแวว และไม่มีเมือก หรือมีเมือกแต่มีบางๆ กลางลิ้นแตกเป็นร่อง แสดงว่า ผู้ป่วยขาดทั้งพลัง และโลหิต โดยเฉพาะโลหิต จะขาดมาก เช่น โรคโลหิตจาง สตรีตกเลือด อุจจาระเป็นโลหิต เป็นต้น
       


        13. ลิ้นมีสีไม่สด และไม่ลื่น และไม่มีเมือกหลายสี เนื้อลิ้นคล้าย เป็นจ้ำๆเหมือนเลือดช้ำ แสดงว่า มีเลือดคลั่ง มักเกิดกับผู้ที่ชอบดื่มสุรา ทำ ให้มีผลกระทบต่อระบบการทำงานของหัวใจอย่างรุนแรงโลหิตคลั่งไม่สามารถ ส่งไปเลี้ยงอวัยวะ
        14. ลิ้นมีสีแดง มีเมือกขาวเป็นดวงๆ แสดงว่า เป็นโรคเย็นเรื้อรัง
        15. ลิ้นมีสีซีดจัด ขอบลิ้นมีเมือกขาวเป็นทาง แต่กลางลิ้นถลอก เป็นขุย แสดงว่า ม้ามขาดพลัง
        16. ลิ้นมีสีแดงเข้ม เมือกขาวหยาบเต็มลิ้น และแห้ง แสดงว่า ร้อนในมาก ความร้อนเผาธาตุน้ำจนหมด
        17. ลิ้นมีสีแดงเข้มจัด ปลายลิ้นมีแสงมัน และลื่น กลางลิ้นมี เมือกค่อนข้างดำ แห้ง และแตก แสดงว่า ร้อนในจัด และอุจจาระค้างใน กระเพาะ และลำไส้ ท้องผูกมาก
        18. ลิ้นมีสีซีด และถลอกเป็นขุย แสดงว่า มีไข้เรื้อรัง หรือมีความ ร้อนเกิดขึ้นในอวัยวะอิม
       


        19. ลิ้นมีสีปกติธรรมดา หรือซีดเล็กน้อย มีเมือกขาวเต็มลิ้น และ แห้ง แสดงว่า ความร้อนเข้าไปในปอดเผาธาตุน้ำในปอดแห้งไป
        20. ลิ้นมีสีแดงเข้มจนจะไหม้ และมีเมือกเป็นสีเลือดหมู แสดงว่า ความร้อนมาก ร้อนเข้ากระเพาะ อาจเพ้อ หรือหมดสติได้
        21. ลิ้นมีสีปกติ มีเมือกขาวหนาเต็มลิ้น และเปียก แสดงว่า ความ เย็นเข้ากระเพาะอาหาร และลำไส้
        22. ลิ้นมีสีปกติ มีเมือกขาวเหลืองปนกันอย่างเห็นได้ชัด และลื่น มัน แสดงว่า ความเย็นเข้าไปคั่งอยู่ในกระเพาะอาหาร และลำไส้
        23. ลิ้นมีสีปกติ มีเมือกขาวหนารอบลิ้น แต่กลางลิ้นมีเมือกสีเทา แสดงว่า มีเสลดคั่งไม่สามารถขับออกได้
        24. ลิ้นมีสีปกติ แต่มีเมือกสีเหลืองซีด และแห้ง แสดงว่า ร้อนใน ความร้อนเผาธาตุน้ำแห้งไป

        นอกจากการดูลักษณะ และสีทั้ง 24 แบบแล้ว ยังมีสีลิ้นที่พบ เห็นได้น้อย คือ ลิ้นสีน้ำเงิน ไม่มีเมือก สีลิ้นชนิดนี้ แสดงว่า พลังโลหิตติดขัด อันตรายมาก โดยเฉพาะสตรีที่มีครรภ์ หากลิ้นมีสีน้ำเงิน แสดงว่า เด็กจะ ต้องเสียชีวิตในท้อง
        สรุป การวินิจฉัยจากสี และลักษณะเมือกของลิ้น ต้องสังเกต ดูเมือกบนลิ้น ว่า หนา หรือบาง สีขาว หรือเหลือง ลื่น หรือแห้ง มัน หรือด้าน จึงจะวินิจฉัยอาการของโรคได้แม่นยำถูกต้อง เช่น
        ๐ เมือกขาวบาง และลื่น แสดงว่า ไข้อยู่ผิว หรืออยู่ตื้น
        ๐ เมือกขาว มองดูลื่น และเหนียว แสดงว่า เสลดมาก
        ๐ เมือกขาวปนเหลือง แสดงว่า ภายในร้อนมาก จะมีอาการ ของไข้หนักขึ้น
        ๐ เมือกขาวขอบแดงเรื่อๆ แสดงว่า ความร้อนเข้าในปอด
        ๐ ปลายลิ้นขาวโคนลิ้นเหลือง แสดงว่า ความร้อนยังไม่อิ่มตัว
        ๐ เมือกสีเหลือง แสดงว่า ไข้อยู่ลึก
        ๐ เมือกสีเหลืองอ่อน แสดงว่า ไข้พึ่งเข้ายังไม่ลึก
        ๐ เมือกเหลืองแก่ หรือเหลืองเข้ม แสดงว่า ไข้อยู่ส่วนกลาง
        ๐ เมือกเหลือง และแห้ง แสดงว่า ไข้ภายนอกถึงแม้จะทุเลา แต่ส่วนลึกยังมีไข้
        ๐ เมือกสีเทา แสดงว่า มีอาการอิม และเอี๊ยง คือ ความร้อน และความเย็น ถ้ามีสีเทา แสดงว่า อาการไข้อยู่ในเส้นอิม ถ้า มีสีเหลือง และค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเทา แสดงว่า อาการอยู่ใน เส้นเอี๊ยง คือ ไข้ร้อน
        ๐ เมือกสีดำ เป็นอาการของไข้ที่อาจมีทั้งเย็น หรือร้อนก็ได้ ถ้าเมือกสีดำ และแห้ง แสดงว่า ภายในร้อนมาก ถ้าเมือก สีดำ แต่มีความชื้น หรือเปียก แสดงว่า ไข้เย็น
        ๐ เมือกสีเหลืองกลายเป็นสีเทาแล้วกลายมาเป็นสีดำ และหนา แสดงว่า ไข้ร้อน หากมีสีดำทันที และบาง แสดงว่า ไข้เย็น


                                 
อาจารย์ เกรียงไกร เถลิงพล ( ลี )