โภชนาการบำบัด
อาหารเครื่องยาจีนสำหรับบำรุงพลัง (ชี่)

          อาหารเครื่องยาจีนสำหรับบำรุงพลัง (ชี่) ปรุงจาก
อาหาร และ เครื่องยาจีนที่มีสรรพคุณในการบำรุงพลัง อาหาร
เครื่องยาจีนประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ มีอาการ
อ่อนเพลีย เซื่องซึม เบื่ออาหาร อุจจาระเหลว ไม่มีเรี่ยวแรง
เหนื่อยง่าย หอบ เหงื่อออก จิตใจกระสับกระส่าย ตกใจง่าย
ทวารหนักย้อยลง และ อวัยวะภายในครากหย่อน เป็นต้น

          1. ไก่ตุ๋นอึ่งคี้
          เอา ไก่อ่อนตัวเมีย 1 ตัว
          อึ่งคี้ 50 กรัม
          เครื่องปรุงมี ต้นหอม 2 ต้น หั่นให้เป็นท่อน ขิง
5-6 แว่น เหล้า 1/2 ถ้วย
          วิธีทำ หั่นไก่เป็นชิ้นๆ นำไปลวกน้ำร้อนสักครู่
แล้วตักออกล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำออก จากนั้นใส่หม้ออบ
(หม้ออบไอน้ำ) เอาอึ่งคี้ ต้นหอม และขิง ใส่ลงบนตัวไก่ เติม
เกลือ เหล้า และน้ำ 3 ถ้วย ปิดฝาหม้ออบ ใส่ในซึ้งนึ่ง หรือ
หม้อใหญ่ๆแล้วตั้งไฟแรง นึ่งประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นอันเสร็จ
รับประทานทั้งซุบ และ เนื้อไก่ แบ่งรับประทานได้ 2-3 ครั้ง
          สรรพคุณ ไก่อ่อนตุ๋นอึ่งคี้ เป็นอาหารเครื่องยาจีน
ที่เสริมแก่นของพลังอย่างยอดเยี่ยม บำรุงม้าม และ ปอด เหมาะ
กับสตรีหลังคลอด หรือคนไข้ขณะพักฟื้น ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ
หายใจถี่ เหงื่อออกมากผิดปกติ เบื่ออาหาร วิงเวียนศีรษะ ตา
พร่ามัว สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายพร่องมาก และผู้ที่ออก
กำลังกายหนัก โดยเฉพาะผู้ที่ฝึกมวยจีน เล่นประเภทกีฬาหนัก
เป็นต้น
          หมายเหตุ สูตรนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีเสมหะเนื่อง
จากความชื้น เพราะเป็นอาหารที่มันเลี่ยน อาจทำให้ระบบ
การทำงานม้าน และ กระเพาะสะดุด ส่วนไก่ที่ใช้ทำควร
เป็นไก่บ้าน

          2. ข้าวนึ่งเซี่ยงจี้กระเทียมจีน
          เอา เซี่ยงจี้หมู 1 อัน
          ข้าวแกบี้ 150 กรัม (ข้าวสาร)
          โสมจีนป่น 3 กรัม
          ห่วงฮง 10 กรัม (ร้านยาจีนมีจำหน่าย)
          กระเทียมจีน สับให้ละเอียด 10 กรัม
          เครื่องปรุงมี หอม 3 ต้น ขิง 10-15 แว่น เกลือ
1/2 ช้อนชา เหล้า 1 ช้อนโต๊ะ
          วิธีทำ แล่เซี่ยงจี้ ตัดเอาส่วนที่เป็นเอ็น และเนื้อ
เยื่อออก ใช้มีดบั้งเป็นรอยตัดสลับกัน หั่นเป็นชิ้นแล้วนำไป
ลวกน้ำร้อน จากนั้นนำไปแช่น้ำเย็น ซาวข้าวให้สะอาด และ
หุงให้สุก สะเด็ดน้ำเซี่ยงจี้จนแห้ง ใส่โสมป่น ห่วงฮง และ
กระเทียมพร้อมเครื่องปรุงทั้งหมด ผสมให้เข้ากันดีแล้ว ตัก
วางบนข้าว นำไปนึ่งจน เซี่ยงจี้สุก ก็ใช้ได้
          สรรพคุณ เซ่งจี้เสริมพลัง โสมบำรุงพลังหยวนชี่
(แก่นของพลัง) กระเทียมจีน ห่วงฮง และต้นหอม ช่วยขับ
ลมเย็น เหมาะสำหรับคนไข้ระยะพักฟื้น และผู้ป่วยที่เป็น
โรคเรื้อรัง ผู้ที่เห็นหวัดง่าย ผู้สูงอายุที่พลังพร่อง วิงเวียนศีรษะ
และหูอื้อตึง เป็นต้น
          หมายเหตุ เซี่ยงจี้ จะจิ้มกับปรุงรสประเภทซี่อิ้ว
หรือน้ำมันงาก็ได้ กระเทียมจีนแห้ง ที่ซื้อตามร้านยาจีน
ต้องลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง

          3. บะหมี่ชุงปั๊ว
          เอา แป้งหมี่ 3000 กรัม (3 กิโลกรัม)
          ไข่ไก่ 5 ฟอง
          กู๋ช่ายเหลืองสับละเอียด (กู๋ช่ายขาว) 250 กรัม
          เนื้อแพะ 100 กรัม
          กระเพาะแพะ 500 กรัม
          เห็ดฝรั่ง 200 กรัม
          ผักกาดขาวเอาแต่ก้าน 500 กรัม
          น้ำมันสลัด 1 ถ้วย
          เครื่องปรุงมี ขิงซอย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 3 ช้อนชา
พริกไทยป่น และโอวโฉ่ว (น้ำส้มสายชูดำ หรือ จิ๊กโฉ่ว)
พอประมาณ
           วิธีทำ นำไข่ไก่ กู๋ช่ายเหลือง และเกลือ 2 ช้อนชา
ใส่ลงในแป้งหมี่ผสมให้เข้ากัน เติมน้ำ 4 ถ้วยครึ่ง แล้วนวด
ให้เป็นก้อน ใช้แผ่นพลาสติกใสห่อให้มิดชิด ทิ้งไว้ประมาณ
30 นาที จากนั้นใช้ไม้นวดให้เป็นแผ่นบาง แล้วตัดให้เป็น
เส้นบะหมี่ นำเนื้อแพะ และกระเพาะแพะ เห็ดฝรั่ง ก้านผัก
กาดขาว ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มน้ำครึ่งหม้อ
นำเส้นหมี่ 1/3 ส่วนลงไปลวก ช้อนขึ้นแล้วราดด้วยน้ำเย็น
ใส่น้ำมันลงในกระทะ เมื่อน้ำมันร้อนให้ใส่ขิง เนื้อแพะ และ
กระเพาะแพะ เห็ดฝรั่ง ก้านผักกาดขาว ตามลำดับ ผัดด้วย
ไฟแรงๆ เติมน้ำ 2 ถ้วย ต้มจนเดือด ใส่เกลือ 1 ช้อนชา และ
เส้นบะหมี่ที่ลวกเตรียมไว้แล้ว ผัดจนเหลือน้ำเพียงเล็กน้อย
เติมพริกไทยป่น และโอวโฉ่วพอประมาณ เป็นอันเสร็จ รับ
ประทานเป็นอาหารหลักได้
           สรรพคุณ บำรุงจงชี่ (ศูนย์พลังในร่างกาย) บำรุง
ม้าม และกระเพาะ รักษาระบบการดูดซึมอาหารเสื่อม ร่างกาย
ซีดผอม อ่อนเปลี้ยเพลียแรง หายใจลำบาก เบื่ออาหาร เป็นต้น
          หมายเหตุ กระเพาะแพะตามธรรมชาติด้านหนึ่งจะ
เป็นสีดำ แต่ที่ขายอยู่ตามตลาดนั้นเป็นสีขาวหมด เพราะนำไป
ฟอกด้วยสารเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย การผัดกระเพาะ
แพะต้องผัดให้นุ่ม และกรอบ วิธีง่ายๆคือ นำกระเพาะแพะไป
ต้มให้นุ่ม แล้วหั่นเป็นชิ้นจากนั้นค่อยเอาไปผัด ส่วนปริมาณ
เส้นหมี่ที่ทำตามสูตรนี้ ใช้สำหรับ 18 คนโดยประมาณ แต่ละ
ครั้งใช้เส้นหมี่ 1/3 ส่วน ซึ่งเป็นปริมาณ สำหรับคนราว 6 คน

          4. เต้าหู้ไส้ทิพย์
          เอา เม็ดบัวแห้งที่ลอกสะอาดแล้ว 75 กรัม
          แป๊ะฮะสด 50 กรัม (หรือแป๊ะฮะแห้ง 25 กรัม)
          มันเทศ 400 กรัม
          เห็ดหอมแช่น้ำแล้ว 50 กรัม
          น้ำมันถั่วลิสง 2 ช้อนโต๊ะ
          แปะก้วย 50 กรัม
          แผ่นเต้าหู้ 5 แผ่น
          จำไฉ่ (ดอกไม้จีน) 20-30 กรัม
          เครื่องปรุงมี เกลือ 1/2 ช้อนชา แป้งมัน 1 ช้อน
โต๊ะ ซุป 1 ถ้วย
          วิธีทำ ตั้งไฟอ่อนต้มเม็ดบัวให้เปื่อย นำแป๊ะฮะ
มาเด็ดกลีบ ล้างให้สะอาด (หากเป็นแป๊ะฮะแห้งต้องต้ม
ให้อ่อนเสียก่อน) ปลอกเปลือกมันเทศแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
พร้อมกับเห็ดหอม ใส่น้ำมันลงในกระทะ เมื่อน้ำมันร้อน
ให้ใส่แปะก้วย แป๊ะฮะ เห็ดหอม และมันเทศ ลงไปผัดให้
เข้ากันดีแล้ว ใส่น้ำเห็ดหอม (น้ำที่ใช้แช่เห็ดหอม) 1 ถ้วย
ลงในกระทะ เมื่อน้ำเดือดจึงใส่เม็ดบัว และเกลือลงไปผัด
กับส่วนผสมทั้งหมด แล้วใส่แป้งมันผสมกับน้ำพอประมาณ
ผัดให้เข้ากัน ใช้เป็นไส้ ใช้ผ้ามาดๆห่อแผ่นเต้าหู้ไว้ แต่ละ
แผ่นตัดเป็นรูปวงกลม 3 วง ห่อไส้ที่เตรียมไว้ ใช้จำไฉ่ผูก
ไว้ที่ด้านบน จัดใส่จานก้นลึก เติมซุปที่เตรียมไว้ใส่ลงใน
จานด้วย นำจานลงนึ่งในหม้อที่ใส่น้ำไว้ก้นหม้อแล้วนึ่ง 20
นาที เป็นอันเสร็จ รับประทานเป็นประจำ เป็นอาหารว่าง
หรือเป็นอาหารหลัก
          สรรพคุณ บำรุงม้าม และไต เสริมพลัง ระงับ
อาการท้องเดิน รักษาอาการอสุจิเตลื่อนบ่อยเนื่องจากสภาพ
ไตพร่อง ปัสสาวะบ่อยครั้ง สตรีมีระดูขาวมากผิดปกติ ท้อง
ร่วงเนื่องจากม้ามอ่อนแอ และเบื่ออาหาร เป็นต้น
          หมายเหตุ ก้านจำไฉ่เด็ดปลายออก ไม่ต้องแช่น้ำ
จะได้ไม่ทำให้แผ่นเต้าหู้ฉีกขาดเวลาผูก ถ้าจะนึ่งควรนึ่งโดย
แยกใส่จานเล็กๆประมาณ 1-3ห่อต่อ 1 ท่านทำให้หยิบง่าย
ไม่ทำให้แผ่นเต้าหู้แตก และติดกันง่าย เพราะแผ่นเต้าหู้เมื่อ
นึ่งเสร็จแล้วจะอ่อนนุ่ม

          5. ลูกอมโสม
          เอา โสมจีนหั่นเป็นแผ่น 100 กรัม
          น้ำตาลกรวด 500 กรัม
          น้ำตาลข้าวมอลต์ 100 กรัม
          วิธีทำ ใช้กระดาษฟอยล์ปูให้ทั่วด้านในของกล่อง
ใส่อาหาร หรือภาชนะที่ทนความร้อนได้ดี ใส่โสมแผ่นลงใน
หม้อ เติมน้ำ 3 ถ้วย ตั้งไฟอ่อนต้มจนเหลือน้ำประมาณ 1 ถ้วย
ใส่น้ำตาลกรวดลงไป คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้สักครู่ เมื่อน้ำตาล
ละลายแล้ว เติมน้ำตาลข้าวมอลต์ลงไป ตั้งไฟอ่อนต้มด้วยกัน
เมื่อน้ำเชื่อมค่อนข้างข้นแล้ว ใช้ตะเกียบจุ่มลงไปในน้ำเชื่อม
นำขึ้นมาหยดลงบนแผ่นฟอยล์ ถ้าน้ำเชื่อมจับตัวกันได้แล้วมี
ความแข็งพอดี ก็ให้เทน้ำเชื่อมในหม้อลงภาชนะที่ได้เตรียม
ไว้ เมื่อเย็นได้ที่ จึงตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปบรรจุไว้ในขวด
ปิดฝาให้เน่น ใช้อมบ่อยๆ
          สรรพคุณ โสมจีนบำรุงพลังหยวนชี่ เหมาะ
สำหรับคนไข้หลังพักฟื้น คนป่วยเป็นโรคเรื้อรัง และผู้ที่
เป็นโรคขาดเลือด ไม่มีเรี่ยวแรง ใบหน้าซีด
หมายเตุ ผู้ที่ตัวร้อนเป็นไข้ กระหายน้ำ หน้าแดง
มีแผลในปาก ความดันโลหิตสูง ห้ามรับประทาน

          ผักกาดขาว
          ชื่ออื่นๆในภาษาจีน ได้แก่ อึ่งแหง่ไฉ่ ฮวยเกาไฉ่
และกักกิ่วไฉ่ เป็นต้น
           รสชาติ และสรรพคุณ รสหวาน มีธาตุเย็น ขับร้อน
และของเหลวในร่างกาย บำรุงกระเพาะอาหาร ช่วยขับพิษใน
ร่างกาย มักใช้กับอาการไข้ ไอ ถ่ายปัสสาวะไม่คล่อง กระเพาะ
เป็นแผล แผลมีหนอง หรือฝี เป็นต้น
          ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วย
โปรตีน ไขมัน คราร์โบไฮเดรต เซลลูโลสชนิดหยาบ ขี้เถ้า แค
โรทีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามีนซี
          ๐ วิธีใช้
          1. ผักกาดขาว 250 กรัม ต้มน้ำรับประทาน รักษา
อาการไข้คอแห้ง ช่วยขับปัสสาวะ
          2. ผักกาดขาวเฉพาะตรงโคน 1 ชิ้น น้ำตาลทราย
แดง 50 กรัม ขิงสด 3 แว่น ต้มน้ำดื่ม รักษาโรคหวัดที่มีอาการ
ไข้ และหนาว
          3. ผักกาดขาวโขลกให้ละเอียด ใช้ประคบภาย
นอกรักษาแผลอักเสบ
          หมายเหตุ ผักกาดขาวเป็นผักฤดูหนาว นำไปต้ม
กับเนื้อสัตว์ จะได้รสอร่อย และอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร

          มันเทศ
          ชื่ออื่นๆในภาษาจีนได้แก่ ซัวโอ่ว กำจื๊อ อั่งซัว
เอี๊ยะ เป็นต้น
          รสชาติ และสรรพคุณ รสหวาน มีธาตุเย็น ปรับ
สภาพเลือด เสริมพลัง เพิ่มน้ำ เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ และ
กระเพาะอาหาร ช่วยขับถ่าย ขับสารพิษ สลายฝี มักใช้บำบัด
อาการท้องผูก ดีซ่าน ตาบอดยามค่ำ กระหายน้ำ แผลมีหนอง
ที่เต้านม ฝีหนอง ตับแข็ง ท้องมาน ตุ่มพุพอง ผื่นแดง เป็นต้น
          ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบ
ด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส และวิตามีน
อีกหลายชนิด โปรตีนที่หนาแน่นในมันเทศช่วยป้องกันหลอด
เลือดแข็งตัว ป้องกันการหดตัวของเนื้อเยื่อในตับ และไต ช่วย
หล่อลื่นทางเดินหายใจ ระบบการย่อย โพรงข้อต่อ โพรงเนื้อ
เยื่อของต่อมต่างๆ
          ๐ วิธีใช้
         1. มันเทศ 250 กรัม ล้างให้สะอาด ไม่ปอกเปลือก
หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และข้าวแกบี้ 150 กรัม (ข้าวสาร) เติมน้ำต้ม
เป็นโจ๊ก รับประทานวันละ 2 ครั้ง บำบัดอาการความดันโลหิต
สูง เส้นเลือดแดงแข็งตัว โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง
          2. มันเทศขาวโขลกให้ละเอียด ใช้ประคบที่แผล
เมื่อรู้สึกร้อนจึงเปลี่ยน ใช้ติดต่อกัน 2-3 วัน รักษาฝีหนอง ฝี
ที่เต้านม
          หมายเหตุ มันเทศมีทั้งชนิดขาว และเหลืองออก
แดง รสอร่อย หอมหวาน แต่มีปริมาณน้ำตาลสูง ก่อให้เกิด
กรดในกระเพาะมากเกินไป จึงควรรับประทานเฉพาะมันเทศ
สุก ถ้าปิ้งจะดีมาก ผู้ที่เป็นโรคติดต่อ เช่น มาลาเรีย บิด และ
ท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่ควรรับประทาน

          น้ำตาลข้าวมอลต์
          ชื่ออื่นๆในภาษาจีน ได้แก่ ทึ้ง กาอี๊ และหนึงทึ้ง
เป็นน้ำตาลที่ทำจากข้าว ข้าวบาร์เล่ย์ ลูกเดือย หรือข้าวโพด
          รสชาติ และสรรพคุณ รสหวาน มีธาตุอุ่น ปรับ
จ๋งขี่ เพิ่มน้ำ ขจัดแห้ง บรรเทาอาการกระหายน้ำ มักใช้บำบัด
อาการเมื่อยล้า เป็นบาดแผลที่ม้าม ปวดท้อง ไอเพราะปอด
แห้ง อาเจียนเป็นเลือด กระหายน้ำ เจ็บคอ ท้องผูก
ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร มีน้ำตาล
จากข้าวมอลต์เป็นจำนวนมาก
          ๐ วิธีใช้
          1. น้ำตาลข้าวมอลต์ 50 กรัม หัวผักกาดคั้นเอา
แต่น้ำ 1 ถ้วย นำไปนึ่งด้วยกันจนน้ำตาลละลาย แล้วจิบช้าๆ
ขณะร้อน รักษาอาการไอชนิดเฉียบพลันในเด็ก และผู้ใหญ่
          2. น้ำตาลข้าวมอลต์ 50 กรัม ซายิ้งต้มแล้วกรอง
เอาแต่น้ำ นำมาชงน้ำตาลข้าวมอลต์ดื่ม ช่วยบำรุงครรภ์
          3. น้ำตาลข้าวมอลต์ ไม่จำกัดปริมาณ ใช้กลืน
หลายๆครั้ง แก้ก้างปลาติดคอ
          หมายเหตุ ธัญพืชหลายชนิดล้วนนำมาผลิต
น้ำตาลข้าวมอลต์ได้ หากนำมาใช้กับยาต้องเลือกน้ำตาล
ลักษณะข้น และอ่อนนุ่ม น้ำตาลลักษณะเนื้อแข็งจะให้
ผลไม่ดีเท่าที่ควร ชาวจีนเชื่อว่ามีสรรพคุณในการบำรุง
ร่างกาย โดยเฉพาะการบำรุงกระเพาะอาหาร ได้ดีกว่า
น้ำตาลทรายขาวทั่วไป


                       
 อาจารย์ เกรียงไกร เถลิงพล ( ลี )