โภชนากาบำบัด
อาหารเครื่องยาจีนสำหรับบำบัด โรคเกี่ยวกับระบบสูบฉีดโลหิต

          โรคเกี่ยวกับกับระบบสูบฉีดโลหิตที่พบบ่อย ได้แก่ โรค
หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจบกพร่อง ความดันโลหิตสูง
ไข้มันอุดตัน หลอดเลือดแดงแข็งตัว กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้ม
หัวใจอักเสบ และโรคหัวใจที่มีสาเหตุจากปอด ฯลฯ ทำให้ใจสั่น แน่น
หน้าอก หายใจถี่กระชั้น วิงเวียนศีรษะ ตาลาย ร่างกายอ่อนแอ ปวด
เสียดบริเวณหัวใจ เป็นต้น
          ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบสูบฉีดโลหิต มักมีอาการพลัง
พร่อง โลหิตพร่อง หรือพลัง และหยินพร่อง พลังสดุด ทำให้มีเลือดคั่ง
หรือลิ่มเลือด ธาตุไฟหัวใจสูง มีเสมหะที่เกิดจากความชื้น ฯลฯ สูตร
อาหารที่รวบรวมไว้ในบทนี้ จะมีส่วนช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว และ
ป้องกัน หรือระงับการเกิดโรคประเภทนี้ได้
          1. ปลิงทะเลเจสามรส
          เอา เห็ดหูหนูแช่น้ำ 100 กรัม
          แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
          แตงกวา (เลือกลูกยาว) 1 ลูก
          เห็ดหอมแช่น้ำจนบาน 50 กรัม
          ดอกกะหล่ำ 50 กรัม
          หน่อไม้ฝรั่ง 50 กรัม
          ไก่เจ (ทำจากหมี่เก็ง) 50 กรัม
          และพริกหยวก 50 กรัม
          เครื่องปรุงมี แป้งมัน 1 ช้อนชา น้ำมันงา พอประมาณ
ขิงซอย น้ำตาลทรายขาว ซี่อ้ว และเหล้า อย่างละ 1 ช้อนชา เกลือ
1/2 ช้อนชา
          วิธีทำ ขจัดสิ่งเจือปน และเด็ดโคนเห็ดหูหนูทิ้ง ล้าง
ให้สะอาดแล้วนำขึ้นสะเด็ดน้ำ จากนั้นนำใส่ในเครื่องปั่นน้ำผลไม้
เติมน้ำพอประมาณ ปั่นพอแหลก ใส้ตะแกรงตาถี่กรองน้ำทิ้ง ใส่
แป้งมันลงไปคลุกให้เข้ากัน นำไปนึ่ง หรืออบในเตาไมโครเวฟสัก
ครู่เพื่อให้เหนียวข้น เมื่อเห็ดเย็นลงแล้ว นำไปห่อลูกแตงกวาเพื่อ
ให้มีลักษณะคล้ายปลิงทะเล ใส่น้ำมันลงค่อนกระทะ เมื่อน้ำมัน
ร้อนจึงใส่ปลิงทะเลเทียมที่ทำไว้ลงทอดด้วยไฟอ่อนๆจนสุก ตักขึ้น
พักไว้ เด็ดโคนเห็ดหอมทิ้งแล้วหั่นเป็นชิ้น เช่นเดียวกับดอกกะหล่ำ
ส่วนหน่อไม้ฝรั่ง พริกหยวกก็หั่นเฉียงเป็นชิ้นๆ ปลิงทะเลแจให้ผ่า
เอาแตงกวาทิ้งไป แล้วหั่นเฉียงเป็นชิ้นๆ เหลือน้ำมันไว้ในกระทะ
ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟจนน้ำมันร้อน แล้วใส่ส่วนผสมต่างๆลง
ผัด ใส่ ขิงซอย น้ำตาลทรายขาว ซี่อิ้ว เหล้า เกลือ และน้ำ 1 ถ้วย
ต้มให้เลือด ใส่ปลิงทะเลเจที่หั่นแล้วลงไปผัดสักครู่ ใส่แป้งมันที่
ผสมน้ำแล้วลงไปผัดให้เข้ากัน เหยาะน้ำมันงาเล็กน้อย ตักใส่จาน
เป็นอันเสร็จ รับประทานประจำเป็นกับข้าว
          สรรพคุณ บำรุงพลัง กระเพาะอาหาร และม้าม สลาย
ชื้น เสริมส่วนที่พร่อง บำรุงไต ช่วยลดการจับตัวแข็งของเลือด ย่อย
อาหาร ลดคอเลสเทอรอลในเลือด ป้องกันโรคตับแข็ง เหมาะกับผู้
สูงอายุที่มีสุขภาพอ่อนแอ และผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือด และหัวใน
เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
          หมายเหตุ เนื่องจากขั้นตอนการทำปลิงทะเลเจค่อน
ข้างยุ่งยาก จึงควรทำครั้งละหลายๆเส้น แล้วแช่ไว้ในตู้เย็น ถ้าจะ
ให้ง่ายขึ้น ก็ไม่ต้องนำไปห่อลูกแตงกวา แต่ปั้นเป็นเส้นยาวๆแล้ว
นำไปทอดเลย ส่วนไก่เจ ซึ่งทำด้วยแป็ง (หมี่เก็ง) มีขายตามตลาด
หรือจะใช้ฟองเตาหู้แห้ง หรือสด แทนก็ได้

          2 . ซุปตะพาบน้ำเทียงมั้ว
          เอา ตะพาบน้ำ น้ำหนัก 250-500 กรัม 1ตัว
          เทียงมั้ว 10 กรัม
          แฮมสุก 20 กรัม
          เครื่องปรุงมี หอมผูกปม 1 เส้น ขิง 5 แว่น เหล้าเหลืองจีน
          2 ช้อนโต๊ะ ซุป 2 ถ้วย
          วิธีทำ เวลาซื้อตะพาบน้ำ ให้คนขายช่วยเอาเครื่องใน
ออก พร้อมกับตัดหัว และเล็บขาทิ้ง ล้างให้สะอาด สับเป็น 6 ชิ้น
เอาใส่หม้อไว้ เติมน้ำให้ท่วมเนื้อตะพาบน้ำ ตั้งไฟแรงต้มให้เดือด
แล้วต้มอีก 2-3 นาทีจึงตักขึ้น ลอกเยื่อชั้นนอกออก ล้างให้สะอาด
อีกที แล้วไว้ใส่ในชามใบใหญ่ ใส่เทียงมั้ว แฮมสุก หอม ขิง เหล้า
เหลืองจีน และซุป ลงไปตั้งในซึ้ง ตั้งไฟแรงนึ่ง 1 1/2 ชั่วโมง จน
เนื้อตะพาบน้ำเปื่อยนุ่ม ตักหอมผูกปม และขิงออกมา ปรุงรสด้วย
เกลือ เป็นอันเสร็จ แบ่งรับประทานให้หมดภายใน 1-2 วัน ไม่ควร
รับประทานติดต่อกัน หรือรับประทานมากเกินไปในครั้งเดียว เพราะ
จะมีผลกระทบต่อการย่อยของม้าม และกระเพาะอาหาร จนอาจ
เกิดธาตุพิการได้
          สรรพคุณ บำรุงไต เสริมแก่นของพลัง บำรุงหยิน เพิ่ม
สารจำเป็นของร่างกาย เหมาะสำหรับผู้สูงวัยที่ไตหยินพร่อง และ
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด และหัวใจ เช่น โรคความดัน
โลหิตสูง และโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจบกพร่อง เป็นต้น

          3. วอลนัตเคลือบอำพัน
          เอา ลูกวอลนัต 250 กรัม
          น้ำตาลทรายขาว 100 กรัม
          น้ำมันงา 2-3 ช้อนโต๊ะ
          เกลือ เล็กน้อย
          วิธีทำ แช่วอลนัตในน้ำเดือด 10 นาที แล้วใช้ไม้จิ้มฟัน
เขี่ยเอาเยื่อเปลือกออก ใส่น้ำตาลทรายขาว และน้ำ 1/2 ถ้วยลง
ในกระทะ ใส่วอลนัตลงไป ตั้งไปอ่อนต้มจนน้ำเชื่อมเคลือบติดเนื้อ
วอลนัต เจียวน้ำมันงาให้ร้อน ใส่วอลนัตที่เคลือบแล้วลงไป ทอด
ด้วยไฟอ่อนจนเหลืองนวล ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานโรยเกลือ
เคล้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้เย็น เป็นอันเสร็จ รับประทานเป็นขนม หรือ
ของว่าง ผู้ที่อุจจาระเหลว ท้องเดิน ไม่ควรรับประทาน
          สรรพคุณ บำรุงไต และสมอง เสริมเลือด และเพิ่ม
สารจำเป็นของร่างกาย ช่วยลดไขมันในเลือด เหมาะกับผู้ป่วย
โรคไขมันโปรตีนในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และโรคหลอด
เลือดเลี้ยงหัวใจบกพร่อง บรรเทาอาการวิงเวียน ความจำเสื่อม
หูอื้อ ตาลาย ปวดเมื่อยบั้นเอว และหัวเข่า เป็นต้น

          4. หมูเส้นผัดหอมใหญ่
          เอา หัวหอมใหญ่ 200 กรัม
          เนื้อขาหมูขาหน้า 100 กรัม
          น้ำมันสลัด 2 ช้อนโต๊ะ
          เครื่องปรุงมี ขิงซอย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/4 ช้อนชา แป้ง
มัน 1 ช้อนชา เหล้า 1 ช้อนชา ซี่อิ้ว 1 ช้อนชา
          วิธีทำ ปอกเปลือกหัวหอมใหญ่ ล้างให้สะอาด แล้ว
หั่นเป็นเส้นยาวๆเตรียมไว้ หั่นเนื้อหมูเป็นเส้นๆ ใส่แป้งมัน เหล้า
และซี่อิ้ว ลงคลุกให้ทั่ว ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไป แล้วใส่
เนื้อหมูลงผัดทันที พอเนื้อหมูเปลี่ยนสีให้รีบตักขึ้น ปล่อยน้ำมัน
ที่เหลือไว้ในกระทะ เร่งไฟแรงให้น้ำมันร้อน ใส่ขิงซอย และเกลือ
ตามด้วยหัวหอมใหญ่ ผัดด้วยไฟแรงจนส่วนผสมสุกพอดี แล้วค่อย
ใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ รับประทานประจำเป็น
กับข้าว ผู้ที่มีไข้ และมีเสมหะมาก ไม่ควรรับประทาน
          สรรพคุณ บำรุงพลัง และเลือด ลดไขมัน เจริญอาหาร
ช่วยลดคอเลสเทอรอลในเลือด ป้องกันหลอดเลือดแดงแข็งตัว
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจบกพร่อง โรค
ความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง
          หมายเหตุ อาหารสูตรนี้ จะใช้เนื้อวัวแทนก็ได้

          5. แมงกะพรุนยำคื่นช่าย
          เอา คื่นช่ายทั้งต้น 250 กรัม
          แมงกระพรุน 100 กรัม
          งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
          เครื่องปรุงมี เกลือ และน้ำตาลทรายขาว อย่างละ 1/2
          ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนชา
          วิธีทำ เด็ดใบคื่นช่ายทิ้ง ล้างให้สะอาด ตัดรากเอาไว้
ใช้ ส่วนต้นให้หั่นเป็นท่อนเล็กๆ เอาไปลวกในน้ำเดือดสักครู่ แล้ว
แช่ในน้ำเย็น ลวกแมงกะพรุนสักครู่ ตักขึ้น เอาน้ำเย็นราด แล้วหั่น
เป็นเส้นฝอย นำคื่นช่าย และแมงกะพรุนมาคลุกให้เข้ากันกับเครื่อง
ปรุง นำรากคื่นช่ายที่ตัดไว้มาคั้นเอาน้ำ เทลงไปผสมให้เข้ากัน เหยาะ
น้ำมันงา เป็นอันเสร็จ รับประทานประจำเป็นกับข้าว วันละ 1 ชุด
ผู้ที่ป่วยด้วยโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ และต่อมลูกหมากอักเสบ
ก็รับประทานได้
          สรรพคุณ ขับร้อน สลายชื้น ลดไขมัน และความดัน
โลหิต เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการตับหยางขึ้นบน มีเสมหะ และ
เลือดคั่ง เป็นโรคไขมันในเลือดสูง คอเลสเทอรอลสูง และความดัน
โลหิตสูง

          6. ข้าเหนียวดำเปียกถั่งเฉ้า
          เอา ข้าวเหนียวดำ 100 กรัม
          น้ำตาลกรวด 50 กรัม
          ถั่วเฉ้า 10 กรัม
          วิธีทำ ซาวข้าวเหนียว เติมน้ำ 3 ถ้วย ตั้งไฟอ่อนต้มจน
เป็นโจ๊ก เติมน้ำตาลกรวด และถั่งเฉ้าป่นลงไป อบด้วยไฟอ่อนอีก
15 นาที แล้วดับไฟ ปิดฝาหม้อไว้ให้สนิท อบไว้สัก 5 นาที เป็นอัน
เสร็จ รับประทานวันละ 1 หม้อ รับประทานทั้งสามมื้อเป็นประจำ
เวลารับประทารต้องอุ่นให้ร้อนก่อน อย่ารับประทานทั้งเย็นๆ
สรรพคุณ เสริมพลังบำรุงหยิน เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรค
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ที่มีอาการแน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
          หมายเหตุ ข้าวเหนียวดำช่วยบำรุงหยิน และเลือด

          7. ซุปฟักเขียวปลาช่อนจีน
          เอา ปลาช่อนจีน 1 ตัว ประมาณ 500 กรัม
          ฟักเขียว 250 กรัม
          น้ำมันสลัด 1 ช้อนโต๊ะ
          เครื่องปรุงมี หอมผูกปม 3 ต้น ขิง 5 แว่น เหล้าเหลืองจีน
1 ช้อนโต๊ะ
          วิธีทำ ล้างปลาให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆ ปอกเปลือก
ฟักเขียว ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นโตๆ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน
เมื่อน้ำมันร้อนให้ใส่เนื้อปลาลงไปเจี๋ยนจนได้ที่ ใส่น้ำ 4 ถ้วยลงไป
ต้มจนเดือด แล้วตักฟองอากาศออก ใส่เครื่องปรุง ต้มให้เดือด แล้ว
ค่อยใส่ฟักเขียว ตั้งไฟอ่อนต้มจนน้ำซุปข้น เป็นอันเสร็จ รับประทาน
สัปดาห์ละ 1-2 หม้อ ไม่ต้องใส่เกลือ
          สรรพคุณ บำรุงพลัง และม้าม ขจัดเสมหะ และขับ
ของเหลวในร่างกาย เหมาะสำหรับบำบัดโรคหัวใจชนิดต่างๆ ที่
มีอาการใจสั่น และแน่นหน้าอก ผู้ที่หายใจไม่เต็มปอด บวมน้ำ
และเบาขัด เป็นต้น

          ฟักเขียว
          ชื่ออื่นๆในภาษาจีน ได้แก่ แปะกวย ตังกวย และตี่จือ
เป็นพืชตระกูลน้ำเต้า
          รสชาติ และสรรพคุณ รสหวานนิดๆ มีธาตุเย็น ขจัด
เสมหะ ขับของเหลวในร่างกาย ขับร้อน ถอนพิษ มักใช้บำบัดอาการ
บวมน้ำ เบาขุ่น ไอ หอบ กระหายน้ำในช่วงฤดูร้อน เป็นโรคบิด และ
เบาหวาน เป็นฝี และริดสีดวงทวาร
          ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วย
โปรตีน เส้นใยอาหารชนิดหยาบ แคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส
ธาตุเหล็ก วิตามีน เอ บี และซี
          ๐ วิธีใช้
          1. ฟักเขียว 1,000 กรัม ปอกเปลือก ปลาหลีฮื้อ 500
กรัม ต้มเป็นซุปแล้วรับประทาน บำบัดอาการบวมน้ำเพราะไต
อักเสบ เบาขัด
          2. ฟักเขียวปอกเปลือกคั้นน้ำ ใช้ดื่มบำบัดอาการชัก
ในเด็กเล็ก และอาการกระหายน้ำมาก
          3. ฟักเขียวไม่ปอกเปลือก 50 กรัม ต้มน้ำใช้ดื่มแทน
น้ำชา เป็นประจำบำบัดโรคอ้วน และไขมันในเลือดสูง
          หมายเหตุ ฟักเขียวเป็นอาหารขับร้อน ถอนพิษที่ดีใน
ช่วงฤดูร้อน แต่ควรรับประทานแบบสุก ส่วนผู้ที่ถ่ายอุจจาระเหลว
เพราะธาตุในร่างกายเย็นจัด ไม่ควรรับประทาน

          ตังถั่งแห่เฉ้า
          ชื่อเรียกสั่นๆว่า ตังถั่งเฉ้า หรือถั่งเฉ้า
          รสชาติ และสรรพคุณ รสหวาน มีธาตุอุ่น บำรุงส่วน
ที่พร่อง เสริมสารจำเป็นของร่างกาย บำรุงไตหยาง และปอด แก้
ไอ ป้องกันมิให้จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลงจากการรักษาทางเคมี
และรังสี ปรับการทำงานของไต เหมาะสำหรับบำบัดอาการปอด
และไตพร่อง ไอ หอบเรื้อรัง ไอเพราะเป็นโรคปอด เสมหะมีเลือด
ปน อวัยวะเพศเสื่อมเพราะไตพร่อง น้ำอสุจิเคลื่อนบ่อย ปวดหัวเข่า
และช่วงเอว ร่างกายอ่อนแอหลังฟื้นไข้ เหงื่อออกผิดปกติขณะหลับ
ซูบผอม และประสาทอ่อน เป็นต้น
          ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วย
คอร์ดีเซพิน กรดคอร์ดีเซพิก คอร์ดีเซพิกโพลีแซกคาไรด์ โปรตีน
กรดอะมิโนชนิดต่างๆ และวิตามีนบี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค ช่วย
ให้เซลล์ ตับ ม้าม และช่องท้องมีสมรรถนะที่ดีขึ้น เพิ่มฮอร์โมนของ
ผู้ชาย ทั้งยังทำให้ผิวหนังชั้นนอกของต่อมหมวกไตทำงานได้แข็ง
แรงยิ่งขึ้น ขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้
เซลล์เจริญเติบโต และลดความดันโลหิตสูง เป็นต้น
          ๐ วิธีทำ
          1. ถั่งเฉ้า 30 กรัม แม่ไก่ 1 ตัว ฆ่าแล้วล้างให้สะอาด
ใส่ถั่งเฉ้าต้มกับแม่ไก่จนไก่สุกเปื่อยดี จึงใส่เครื่องปรุงรส รับประ
ทานทั้งเนื้อไก่ และซุป ควรรับประทานให้หมดภายใน 2-3 วัน เหมาะ
สำหรับร่างกายอ่อนแอหลังฟื้นไข้ กระเพาะอาหารเย็น ไม่มีเรี่ยวแรง
          2. ถั่งเฉ้า 10 กรัม ต้มน้ำจนได้ที่ แล้วใส่น้ำตาลกรวด
ลงไปต้มให้ละลาย รับประทานวันละ 1 หม้อ ติดต่อกันนาน 1 เดือน
บำบัดอาการไอเรื้อรังเพราะปอดพร่อง
          หมายเหตุ ถั่งเฉ้าเป็นสมุนไพรจีนที่ดียิ่งสำหรับปรับ
การทำงานชองร่างกายให้สู่สภาวะปกติ มีธาตุค่อนไปทางอุ่น
ผู้ที่มีอาการหยินพร่อง ธาตุไฟสูง และเป็นไข้หวัดต้องหยุดรับ
ประทานชั่วคราว

          แมงกะพรุน
          ชื่ออื่นๆในภาษาจีน ได้แก่ เจียะเกี่ย และจุยบอเซียม
ใช้ส่วนหัวที่มีลักษณะคล้ายร่มของตัวแมงกะพรุนเป็นอาหาร
          รสชาติ และสรรพคุณ รสเค็ม มีธาตุเป็นกลาง ขับร้อน
ขจัดเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร และหล่อลื่นลำไส้ มักใช้บำบัดอาการ
ไอ มีเสมหะมาก หอบหืด อึดอัดแน่นท้อง อุจจาระแข็ง เท้าบวม
          ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วย
โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุ
เหล็ก ไนอะซิน ไอโอดีน โคลีน เป็นต้น ช่วยลดความดันโลหิต
ขยายหลอดเลือด และมีฤทธิ์คล้ายแอซีทิลโคลิน
          ๐ วิธีใช้
          1. แมงกะพรุน 30 กรัม ล้างแกว่งในน้ำให้สะอาด
แห้วสด 120 กรัม ต้มแล้วรับประทาน ช่วยบำบัดอาการมีเสมหะ
ไอ ความดันโลหิตสูง และวัณโรคในต่อมน้ำเหลือง
          2. แมงกระพรุน พุทราจีน และน้ำตาลทรายแดง
อย่างละ 250 กรัม ต้มจนเหนียวข้นเหมือนกวน รับประทาน
ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
          3. เอาแมงกะพรุนแห้งไปล้างกลิ่นเกลือออก แล้ว
ผสมน้ำตาลกรวด นึ่งรับประทาน บำบัดอาการไอเรื้อรังเพราะ
หยินพร่อง
          หมายเหตุ แมงกะพรุนยำมีรสกรอบอร่อย แมงกะพรุน
ต้มจะช่วยขจัดเสมหะ และบำรุงหยิน ผู้ที่ม้าม และกระเพาะอาหาร
เย็นจัดไม่ควรรับประทาน

          หัวหอมใหญ่
          ชื่ออื่นๆในภาษาจีน ได้แก่ ปักชัง กิ่วชัง
          รสชาติ และสรรพคุณ รสหวานอมเผ็ด มีธาตุเป็นกลาง
ช่วยขับร้อน ขจัดเสมหะ ถอนพิษ และขจัดพยาธิ มักใช้บำบัดโรคบิด
ลำไส้อักเสบ ไขมันในเลือดสูง และเบื่ออาหาร เป็นต้น
          ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วย
โปรตีน คาร์โบไฮเดรต โพลีแซกคาไรด์ แคโรทีน และวิตามีน เอ
เป็นต้น ทั้งมีสารชนิดที่ลดความดันโลหิต
          ๐ วิธีใช้
          1. หัวหอมใหญ่ 60 กรัม ผัดกับน้ำมันพืช รับประทาน
เป็นประจำ ช่วยบำบัดโรคไขมันในเลือดสูง ลำไส้อักเสบ และ
เบื่ออาหาร
          2. นำหัวหอมใหญ่ไปโขลกให้แหลก เพื่อใช้ภายนอก
รักษาแผล และฝีหนอง
          หมายเหตุ หัวหอมใหญ่ผัดมีรสหอมอร่อย ช่วยเจริญ
อาหาร ลดไขมัน และความดันโลหิต อย่างได้ผล

          วอลนัต
          ชื่ออื่นๆในภาษาจีน ได้แก่ โอ่วถ่อเน็ก และหุกถ่อยิ้ง
เป็นเนื้อในของเมล็ดต้นวอลนัต
          รสชาติ และสรรพคุณ รสหวาน มีธาตุอุ่น ช่วยบำรุงไต
ควบคุมสารจำเป็นของร่างกาย บำรุงปอด ระงับไอ และหล่อลื่น
ลำไส้ มักใช้บำบัดอาการไอหอบ ปวดช่วงเอว ขาไม่มีแรง อวัยวะ
เพศเสื่อม น้ำอสุจิเคลื่อนบ่อย ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก เป็นนิ่วใน
ทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น
          ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วย
โปรตีน กรดไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุ
เหล็ก เป็นต้น มีกรดไขมันสูงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกรดไขมัน
ไม่อิ่มตัว ช่วยลดคอเลสเทอรอลในน้ำเหลือง ป้องกันหลอดเลือด
แข็งตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
          ๐ วิธีใช้
          1. วอลนัต 1-2 เม็ด ขิงสด 1-2 แว่น เคี้ยวรับประทาน
วันละ 2 ครั้ง บำบัดอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมาก และหอบ
          2. วอลนัต และน้ำตาลกรวด อย่างละ 120 กรัม นำ
ไปทอดด้วยน้ำมันงาจนกรอบได้ที่ จากนั้นนำมาป่นให้ละเอียด
รับประทานกับน้ำอุ่นครั้งละ 30-60 กรัม วันละ 2 ครั้ง บำบัดนิ่ว
ในทางเดินปัสสาวะ
          หมายเหตุ วอลนัตมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก วอลนัต
50 กรัม จะให้คุณค่าทางอาหารเทียบเท่ากับนมโค 500 กรัม หรือ
ไข่ไก่ 250 กรัม ชาวจีนมักรับประทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และ
ยังเรียกว่า เฉี่ยงสิวก้วย (ลูกไม้อายุวัฒนะ) เพราะมีส่วนช่วยอวัยวะ
ต่างๆให้กลับสู่สภาพที่แข็งแรง จึงเป็นอาหารเสริมสำหรับคนที่มี
สุขภาพอ่อนแอ ผู้สูงอายุ และสตรีหลังคลอดบุตร แต่ผู้ที่ร้อนใน มี
เสมหะมาก ท้องร่วง และอุจจาระเหลว ห้ามรับประทาน

          ตะพาบน้ำ
          ชื่ออื่นๆในภาษาจีน ได้แก่ กะฮื้อ ถ่วงฮื้อ จุ่ยฮื้อ
รสชาติ และสรรพคุณ รสหวานมีธาตุเป็นกลาง บำรุง
หยิน ปรับเลือดให้เย็น ขับร้อน สลายก้อนเลือด บำรุงไต มักใช้
บำบัดโรคปอด บิด และใข้มาลาเรียเรื้อรัง ระดูมามากผิดปกติ
ตกขาว วัณโรคที่ต่อมคอโต
          ส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วย
โปรตีน ไขมัน เกลืออนินทรีย์ ไธอะมีน และวิตามินเอ เป็นต้น
วิธีใช้ ตะพาบน้ำ 1 ตัว ลวกเพื่อลอกเอาหนังชั้นนอก
และเครื่องในออก ใช้ห่วยซัว และเนื้อลำไยแห้งอย่างละ 25 กรัม
ตุ๋นรับประทานบำบัดอาการไข้ต่ำจากวัณโรค เสมหะมีเลือดปน
ไอเรื้อรัง ร่างกายอ่อนแอหลังฟื้นไข้ โลหิตจาง โรคตับแข็ง และ
ตับอักเสบเรื้อรัง
          หมายเหตุ เนื้อตะพาบน้ำค่อนข้างเลี่ยน ไม่ควรรับ
ประทานมาก กระดองตะพาบน้ำมักใช้เป็นสมุนไพรจีน นอกจาก
มีสรรพคุณเช่นเนื้อตะพาบแล้ว ยังสลายก้อนเลือดในร่างกาย
ได้อีกด้วย


                       
 อาจารย์ เกรียงไกร เถลิงพล ( ลี )