การสกัดจุดตามยามเวลา
ในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว เฮอลีชวน

 
 

       การสกัดจุดตามยามเวลา เป็นวิชาสำคัญซึ่งจัดว่าเป็นเคล็ดลับของ
ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว เฮอลีชวน จุดต่างๆที่อยู่ตามร่างกายซึ่งเป็นจุด
เชื่อมโยงระหว่างเส้น (จิง) เส้นที่พลัง และโลหิตแต่ละเส้นไหลเวียนสู่อวัยวะ
ภายใน และการสกัดจุดตามยามเวลา เป็นการสกัดจุดเชื่อมโยงที่พลัง และ
โลหิตกำลังไหลเวียนเข้าสู่อวัยวะภายในแต่ละอวัยวะตามยามเวลาที่กำหนด
ดังที่ได้กล่าวไว้ในบทที่แล้ว

       นับตั้งแต่อดีตกาลที่ผ่านมา วิชาการสกัดจุด เป็นวิชาที่ถูกปิดบังมา
โดยตลอด สืบเนื่องจากการไม่รู้บุญคุณไม่มีความกตัญญูของลูกศิษย์ อีก
ทั้งเกรงว่าลูกศิษย์จะนำเอาวิชานี้ไปทำร้ายผู้อื่น เป็นเหตุให้ครูบาอาจารย์
แต่เก่าก่อนไม่ยอมถ่ายทอดวิชานี้ให้แก่ลูกศิษย์ หรือแม้แต่ลูกหลานของตน
หากไม่มีความกตัญญูกตเวทีแล้วก็ไม่ถ่ายทอดให้ได้ เว้นแต่ลูกหลาน หรือ
ลูกศิษย์ที่มีจิตใจดีงาม มีความกตัญญูเท่านั้น

       ข้าฯยังจำได้ว่า ก่อนที่คุณตา (อากง) จะสิ้นลมหายใจที่โรงพยาบาล
เทียนฟ้า เพราะโรคมะเร็งที่ตับ ท่านได้เอื้อมมือมาจับข้อมือของข้าฯแล้ว
กล่าวด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า " หากอากงไม่อยู่แล้ว อย่าสอนมวยให้ใคร
อีกนะ โดยเฉพาะวิชาการสกัดจุดห้ามสอนเด็ดขาด เพราะคนสมัยนี้ไม่รู้
คุณคน อย่าลืมนะ " แล้วท่านก็หยิบกระดาษใบหนึ่งจากใต้หมอนให้ข้าฯ
กระดาษใบนั้นเป็นบทความที่แต่งเป็นคำกลอนภาษาจีน ซึ่งข้าฯจะนำมา
เปิดเผยให้ทราบในโอกาสต่อไป

       ปัจจุบันนี้ ข้าฯได้นำเอาวิชาการสกัดจุดตามยามเวลามาเปิดเผย
เพื่อให้ผู้ที่สนใจศึกษาวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว ได้รู้ถึงตำแหน่งจุดต่างๆ
เพื่อไว้ป้องกันตนเอง และเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้าต่อเท่านั้น มิ
ได้มีจุดประสงค์เพื่อการทำลายล้าง วิชาการสกัดจุดตามยามเวลา มิใช่
ว่ารู้แล้วจะนำไปทำร้ายกันได้ง่ายๆอย่างที่คิด ในการต่อสู้ที่เห็นกันอยู่ทุก
วันนี้ เป็นการต่อสู้โดยใช้กำลังธรรมดาเข้าปะทะกัน ไม่สามารถที่จะตีสกัด
จุดได้ เพราะจุดสกัดต่างๆนี้อยู่ลึกมิได้อยู่ตื้นๆ และยังถูกป้องกันด้วยโครง
สร้างของกระดูก และระบบของร่างกาย การตีสกัดจุดต้องใช้พลังแฝงที่
สามารถเจาะลึกถึงจุด ซึ่งบางครั้งดูเหมือนไม่ใช้กำลัง แต่ความจริงแล้ว
กำลังหรือพลังที่ใช้นั้นมีความรุนแรง ซึ่งเกิดจากการกำหนดรวบรวมพลัง
และส่งผ่านอย่างทะลุทะลวงด้วยสมาธิจิตอันแน่วแน่ ซึ่งผู้ที่จะใช้พลังนี้
ได้ต้องผ่านการฝึกฝน และเข้าใจถึงทฤษฎี และหลักการรวบรวมพลัง ทั้ง
ต้องรู้ถึงการกำหนดลมหายใจเพื่อรู้ยามเวลาที่โลหิตจะไหลเวียนเข้าสู่
อวัยวะภายในนั้นๆ การสกัดจุดมิใช่มีเพียงการสกัดจุตามยามเวลาเพียง
อย่างเดียว ยังมีการสกัดจุดตามยามในแต่ละฤดูกาลอีกด้วย อีกอย่าง
หนึ่งที่สำคัญสำหรับผู้ที่ศึกษาเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวก็คือ การ
เรียนรู้เรื่องตำรับยาที่จะมาใช้รักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจาก การฝึก การ
ต่อสู้ หรือ การสกัดจุด ซึ่งจะได้นำมากล่าวในโอกาสต่อไป

       เส้นทางเดินของพลังและโลหิตแนวตั้ง (จิง) ที่ไหลเวียนสู่อวัยวะ
ภายในต่างๆตามยามเวลาซึ่งเป็นเส้นหลักที่เคยกล่าวมาแล้วนั้น ในแต่ละ
เส้นยังมีเส้นแขนงแนวขวาง (เล่อ) เชื่อมต่อไปสู่อวัยวะภายในต่างๆทั่วร่าง
กายเหมือนตาข่าย จุดที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเส้นหลักกับเส้นขวางนี้เอง
ที่แพทย์จีน เรียกว่า เสวีย (Point) ซึ่งเป็นจุดที่เส้นทั้งสองสัมพัทธ์กันในเวลา
ที่ถูกกำหนดโดยธรรมชาติ หากถูกตีสกัดตรงจุดตามเวลาที่กำหนดจะได้
รับอันตรายอย่างมาก

       ในวิชาศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว เฮอลีชวน มีจุดสกัดตาม
ยามเวลาที่กำหนด และอาการเจ็บป่วยเนื่องจากถูกตีสกัดดังนี้
 

             


      
ยาม อิ๋น 03.00 น. - 04.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นปอด โส่วไท่หยินเฟ่ยจิง
(The lung channel of hand - Tai yin) จุดสกัดอยู่ที่ ฉีเสี้ย (ใต้สะดือ)
ถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลังจากครบ 1 ปี จะมีอาการ
ท้องอืด และท้องบวม อาจเสียชีวิตได้
      
ยาม เหม่า 05.00 น. - 06.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นลำไส้ใหญ่ โส่วหยางหมิงต้าฉังจิง
(The large intestine channel of hand - Yang ming) จุดสกัดอยู่ที่จุด
ฉีจุง (กลางสะดือ) ถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 5 เดือน
ไปแล้ว จะมีอาการอาเจียนเป็นโลหิต อาจเสียชีวิตได้
      
ยาม เฉิน 07.00 น. - 08.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นกระเพาะอาหาร จู๋หยางหมิงอุ้ยจิง
(The stomach channel of foot - Yang ming) จุดสกัดอยู่ที่ จว่อเสเสี้ย
(ใต้ชายโครงซ้าย) ถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 3 เดือนแล้ว
จะมีอาการอาเจียนเป็นโลหิต อาจเสียชีวิตได้
      
ยาม ซื่อ 09.00 น. - 10.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นม้าม จู๋ไท่หยินผีจิง (The spleen
channel of foot - Tai yin) จุดสกัดอยู่ที่ อิ้วเสเสี้ย (ใต้ชายโครงขวา) ถูกตี
สกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 3 เดือน จะมีอาการอาเจียนเป็นโลหิต
อาจเสียชีวิตได้
     
  ยาม อู่ 11.00 น. - 12.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นหัวใจ โส่วเส้าหยินซินจิง (The heart
channel of hand - Shao yin) จุดสกัดอยู่ที่ ซวิงจุง (กลางหน้าอก) ถูกตี
สกัดอย่างรุนแรง ทำให้อาเจียนเป็นโลหิตในทันที และอาจเสียชีวิตได้
      
ยาม อุ้ย 13.00 น. - 14.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นลำไส้เล็ก โส่วไท่หยางเสี่ยวฉังจิง
(The small intestine channel of hand - Tai yang) จุดสกัดอยู่ที่ จุดเซินจู้
(กลางหลังส่วนที่ตรงกับอก หรือตรงกลางกระดูกสันหลังส่วนอกข้อที่3)
ถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 40 วัน จะมีอาการอาเจียนเป็น
โลหิต อาจเสียชีวิตได้
      
ยาม เซิน 15.00 น. - 16.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นกระเพาะปัสสาวะ จู๋ไท่หยางผังกวงจิง
(The urinary bladder channel of foot - Tai yang) จุดสกัดอยู่ที่
จว่อหยู่เสี้ย (ใต้ราวนมซ้าย) ถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 24 วัน
จะมีอาการอาเจียนเป็นโลหิต อาจเสียชีวิตได้
      
ยาม อิ่ว 17.00 น. - 18.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นไต จู๋เส้าหยินสั้นจิง (The kidney
channel of foot - Shao yin) จุดสกัดอยู่ที่ อิ้วหยู่เสี้ย (ใต้ราวนมขวา)
ถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 40 วัน จะมีอาการเจ็บป่วย
อย่างไม่ทราบสาเหตุ และเสียชีวิตได้
      
ยาม ซวี 19.00 น. - 20.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นเยื่อหุ้มหัวใจ โส่วเจวี๋ยหยินซินเปาจิง
(The pericardium channel of hand - Jue yin) จุดสกัดอยู่ที่ จว่อหยู่สั้ง
(เหนือราวนมซ้าย) ถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 3 เดือน จะ
มีอาการอาเจียนเป็นโลหิต อาจเสียชีวิตได้
      
ยาม ไฮ่ 21.00 น. - 22.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นสามส่วน โส่วเส้าหยางซันเจียวจิง
(The Sanjiao channel of hand - Shao yang) จุดสกัดอยู่ที่ อิ้วหยู่สั้ง
(เหนือราวนมขวา) ถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 3 เดือน
จะมีอาการอาเจียนเป็นโลหิต อาจเสียชีวิตได้
      
ยาม จื่อ 23.00 น. - 24.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นถุงน้ำดี จู๋เส้าหยางตั่นจิง (The gall
bladder channel of foot - Shao yang) จุดสกัดอยู่ที่ หมิงเหมิน (ตรง
กลางกระดูกสันหลังบริเวณเอว) หากถูกตีสกัด หากไม่ได้รับการรักษา
ภายหลัง 3 ปี จะมีอาการอาเจียนเป็นโลหิต อาจเสียชีวิตได้
      
ยาม โฉ่ว 01.00 น. - 02.59 น.
พลังโลหิตไหลเวียนสู่ เส้นตับ จู๋เจวี๋ยหยินกันจิง (The liver
channel of foot - Jue yin) จุดสกัดอยู่ที่ อุ่ยตี่กู๋ (กระดูกก้นกบ) ถูกตี
สกัด หากไม่ได้รับการรักษา ภายหลัง 4 เดือนจะมีอาการตัวเหลือง
และบวม อาจเสียชีวิตได้

       จุดสกัดตามยามเวลาที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น ขอให้ผู้สนใจ
ที่จะเรียนรู้ อย่าได้นำไปใช้ในทางที่ผิด และห้ามคิดนำไปทดลองเป็น
อันขาด จากการที่ข้าฯได้คลุกคลีสัมผัสอยู่ในวงการศิลปะการต่อสู้ป้อง
กันตัวเป็นเวลานาน พบว่าในปัจจุบันนี้ ชนรุ่นใหม่เห็นวิชาต่างๆเหล่านี้
เป็นเรื่องสนุกหรือเป็นเรื่องเล่นๆไม่รู้จักเกรงกลัว ชอบพูดจาโอ้อวด ชาว
จีนสมัยก่อนได้มีคำกล่าวเปรียบเปรยเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วไว้ว่า " หงู่เกี้ย
อื่มปั๊กโห้ว " ตามความหมายก็คือ " ลูกวัวไม่รู้จักเสือ " ว่าแล้วก็ขอให้ทุก
ท่านระวังกันหน่อยนะ อย่าโอ้อวดมากจนเกินไป ถ่อมๆกันไว้บ้าง ระวัง !
เสือมันจะคาบไปกิน
 


                                      
อาจารย์ เกรียงไกร เถลิงพล ( ลี )